ความรัก

posted on 13 Sep 2010 21:19 by nanachi

 

 

ความรักมักยากนะ เหมือนจะง่าย แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย

 

เรื่องราวของคนสองคนที่รักกัน 
แต่ทุกครั้งอดีต ของผมก็กลับมาทำร้ายเราทุกที   ปัจจุบันมันมักจะเชื่อมโยงกับอดีตเสมอๆ

หรือบางการกระทำ เราต้องพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง
เพื่อเป็นคนใหม่

 

 

แต่มันก็ยังไม่พอที่จะสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อใจให้กับเธอ
เราก็ต้องพยายาม ต่อไป

ไม่สิ ไม่ใช่พยายาม แต่เป็นเพราะว่า รัก . 

เชียงใหม่สะพายเป้

posted on 21 Mar 2010 09:48 by nanachi

เกือบจะครบปีแล้วที่ไปเที่ยวเชียงใหม่มา
แล้วก็ได้เขียนเรื่องราวไว้เล็กน้อย เสมือนเป็นความทรงจำ
เป็นลายลักษณ์อักษร จดจำไว้จะได้ไม่ลืมเลือนไป ! 

 

 

 

เชียงใหม่ สะพายเป้ 1

เมื่อชีพจรลงเท้าอีกครั้ง

 


การตัดสินใจเดินทางไปเชียงใหม่ครั้งนี้ ใช้เวลาไม่นานนัก
กับจำนวนเงินเพียงน้อยนิด หลังจากที่เดินทางสู่กระบี่
การตัดสินใจเดินทางแปกเป้ขึ้นไปคนเดียว
กับการนัดหมายอย่างหลวมๆกับกลุ่มเพื่อน
ที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะเดินทางด้วยกัน

การตัดสินใจเกิดขึ้นหลังจากหาข้อมูลต่างๆจาก www
และข้อมูลสำคัญ จากเว็บบอร์ดในไดอารี่แห่งนี้ ขอบคุณครับ
และหลังจากนั้น การเดินทางก็เกิดขึ้น โดยที่ผม ไม่รุ้ตัว

 

 


5 เม ย     05 45  ผมอยู่ที่อาเขต 4 ชม.


ขณะนี้ถึงอาเขต ขนส่งเชียงใหม่แล้ว
การเดินทางที่ตอนแรกว่าจะมารถไฟ แต่ไม่สะดวกมากๆ
จึงเดินทางมาตามคำแนะนำของเพื่อนกับ สยามเฟริสทัวร์
บริการดี ประทับใจ แต่การเดินทางครั้งนี้ มีจำนวนเงินน้อยนิด

ที่ถ้าวางแผนไม่ดีอาจจะไม่มี งบประมาณเพียงพอที่จะเดินทางกลับมา

 

" ไปไหนดีวะ ทำอะไรดี " ผมคิดขณะที่นั่งกินขนมที่ทางบริษัททัวร์แจกมา
ซึ่งจริงๆก็ยังไม่รุว่าจะทำอย่างไร ผมนั่งคิดไปเรื่อยเปื่อยกะว่า
คงจะเข้าไปตัวเมือง
ตามหาที่พัก เข้าไปตลาดได้ที่พักแล้วค่อยว่ากัน
นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดไว้ !!

เช้านี้อากาศเย็นสบายดี  ตลอดการเดินทาง
ทำให้คิดถึงว่าการเดินทางไกลนี่
ถ้ามีใครซักคนอยู่เคียงข้างเรา ก็คงสุขใจไม่น้อยเลยล่ะ
แต่ผมยังไม่มีงัย ห้าห้า

ตลอดระยะเวลาที่เดินทางมาบนรถทัวร์
ผมต้องนั่งกับคนไม่รุจักข้างๆผม
เขามาสอบนายร้อยหรืออะไรซักอย่างนี่ล่ะ
ผมอยากเริ่มบทสนทนากับเขา
แต่เขาก็มีคนสนทนาด้วยแล้วล่ะ ตลอดทางเขาก็คุยกับโทรศัพท์^^"
เราก็เลยรุจักกันเพียงแค่นี้ ตลอดการเดินทางมาถึงใช้เวลาไม่น้อย

 

ช่วงเวลาที่ผ่านเลยไป ผมได้คิดอะไรเยอะมาก
แต่เป็นสิ่งที่คิดแล้วก็ลืมไป
แต่ผมจำได้ว่า คิดถึงใครบ้าง แล้วก็รุ้สึกว้าเหว่ อย่างบอกไม่ถูก
แต่ผมเชื่อว่า การเดินทางคนเดียวมันน่าจะ ได้พบอะไรบ้างล่ะ
อย่างน้อยผมก็มีตัวเองเป็นเพื่อน ก็สุขใจดีนะ ^^"

 

ที่ผมนั่งเขียนไดอารี่ และความรุ้สึกเหล่านี้ ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกนะ
แต่เป็นเพราะว่า อยากเขียนระบายความสับสนจากการเดินทางไกลคนเดียว

 

ก็ยังไม่ต้องแปลกใจเพราะผมยังไม่ได้เดินทางออกไปไหน
รออยู่บริเวณที่คิวรถแดง
ผมรออยุ่คนเดียวไม่มีคนเรย ลุงเค้าเรยจะให้ผมไปเลยไม่ต้องรอ
คิดผม สี่สิบบาท
แต่ผมปฏิเสธ ไป " ก็กุอยากรอนี่หว่า "
เพราะว่าผมไม่ได้รีบร้อนอะไรเลย
เหลือบไปเห็นร้านกาแฟ เป็นเพิงข้างๆคิวรถแดงผมจึงขอสิงอยุ่ที่นี่
จนคิวรถออกก็แล้วกัน

 

 


06 45
จุดหมายปลายทางก็ยังไม่แน่นอน เราจะรีบไปไย
ตอนนี้ผมก็เอาข้อมูลมานั่งเปิดดู ที่พัก ที่เที่ยว คิดไว้ในหัว
แล้วก็เริ่มคำนวน คำนวน และคำนวน
และผลจากการคำนวนออกมาแล้ว คำตอบคือ ผมต้องมีคนหาร เท่านั้น
และมันก็ทำให้เกิดกิจกรรมและ ช่วงท่าทางที่ผมจำเป็นต้องโทรศัพท์หาเพื่อน ทันที

" เฮ้ย พวกเมิงอยุ่ไหนกันวะ "
" อ่อ กุจะถึงลำปางแล้วว่ะ "
" เอ่า ไหนพวกเมิ งบอกว่าอยุ่นี่แล้วงัย "
" กุกะว่าจะถึงตอนเจ็ดโมง รถมันช้านิดนึงว่ะ "
" เมิง ถึงเมื่อไหร่ "
" อีกชั่วโมงนึงนะ "
" กุรอเมิงนะ เพราะว่าไม่มีคนหารค่าที่พัก "
" แล้วถ้าโปรแกรมไปเที่ยวเราไม่ตรงกันล่ะวะ "
" กุว่าทุกอย่างมันมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะเงินกุไม่พอ "
" สัส ! "

 

นั่นคือบทสนทนาที่เกิดขึ้น และผมก็รุแล้วว่าจะทำอะไรต่อ
นั่นคือรอเพื่อน ที่เดินทางมาจากอุดรและอยุ่ลำปางแล้ว
การรอคอยของผม ก็เพื่อทรัพยากรเงินและการหาที่นอน
ที่สบายหน่อยแล้วหารกัน จากนั้นลุยไหนก็ลุยกัน
แยกก็แยก รวมก็รวม แต่พักที่พักเดียวกันถูกตังค์ ถูกใจ สบายกาย

นั่งอยู่สักพัก ฟังคนเหนือพูดกัน ผมยิ้มให้หนึ่งที
เอาไปห้าดาว น่ารักดีเนอะ ^____________________^

 


09 25 ....รอคอยอย่างไม่มีกำหนด
หนึ่งชั่วโมงของพวกมัน นานกว่าที่ผมคิด
โทรไปก็ไม่ติด เพราะว่าพวกมันไม่มีสัญญาณ
ด้วยการที่ผมต้องการความประหยัดเงิน
ทำให้โปรแกรมการนัดหลวมๆกับเพื่อน กลายเป็น
โปรแกรมการนัดที่ " เมิง ต้องรอกุ " อย่างจริงจังแล้ว

เพิ่งรุว่า การเดินทางจาก อุดร-เชียงใหม่
ใช้เวลานานกว่า เดินทางจาก กรุงเทพ-เชียงใหม่
ผมก็รอมันไปเรื่อยๆ อย่างนาน แต่คงเป็นชินแล้ว
ชินทั้งบรรยากาศ ทั้งเสียงเหนือที่ฟังบทสนทนาของชาวบ้าน
และแม่ค้า คุยกันจนผมแทบจะพูดเหนือได้แล้ว

 

ไมโล 2 แก้ว ขนมปังปิ้งสองแผ่น ข้าวเหนียวสังขยา หนึ่งห่อ
ขนมจากบริษัททัวร์บนรถทัวร์
ทุกอย่างถูกยัดลงกระเพาะผมไปเรียบร้อย
แล้วผมก็ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป ซึมซับบรรยากาศรอบตัวให้มากที่สุด

 

 

ผมว่า กาลเวลาเปลี่ยนไป หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป
แต่ในความเปลี่ยนแปลงนั้น มันย่อมมีทั้งดีและไม่ดี
แต่สิ่งที่ยังคงอยุ่บนความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายนั้น
มันคือรากฐานของสิ่งเดิม ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงไป ผมเชื่อว่า
มันก็คงจะไม่ทิ้งสิ่งเดิมๆ หรอก นอกการคำว่าเปลี่ยนแปลงจะกลายเป็นคำว่า
เกิดใหม่ เมื่อนั้น การเกิดใหม่อาจจะเหลือสิ่งเดิมไว้ หรือแทบจะไม่เหลือเลยก็เป็นได้
และแล้ว ก็เกิดสิ่งเปลี่ยนแปลงขึ้นกับผมนั่นคือ

 

10 00 พวกมันเดินทางมาถึงซักทีครับ แม่ ง
รุสึกดี เหมือนมีเพื่อนร่วมทางแต่จริงๆไม่ใช่อะไรหรอก
มีคนมาช่วยหารค่ารถ ค่าที่นอนแล้ว สบายกระเป๋ามากขึ้น

 

 

" การเดินทางบางทีเราก็มีแผนคร่าวๆของเรา
แต่เมื่อมีเพื่อนร่วมทางเพิ่มขึ้นแผนการมันก็เปลี่ยนไป
ตามความคิด ความเห็นของเพื่อนและเราได้แชร์กัน
นั่นแหละ มันอาจจะเกิดอะไรดีๆ มากกว่าที่เราวางแผนไว้
ก็เป็นได้ "

 

 

 

 

10 01 การเดินทางเพิ่งจะเริ่มต้น...เท่านั้ น

 

จบ... เชียงใหม่ สะพายเป้ 1

อย่างไรดี

posted on 05 Mar 2010 11:23 by nanachi

เรื่องราวชีวิตของคนคนหนึ่ง
ที่จะต้องไปเกี่ยวข้องหรือมีผลต่อคนอีกคนหนึ่ง หรือสองคน

เป็นก็เป็นเพราะคนคนนั้น เอาตัวเขาเข้าไปเกี่ยวข้อง
หรือคนๆนั้น ต้องการรู้จักและเกี่ยวข้องกับเขา

 

 

 

 

 

ตัวผม คงไม่ใช่คนดีอะไร แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
นิสัยบางอย่าง ที่เหมือนจะดี แต่กลับเข้ามาทำร้ายตัวเอง
อยู่เรื่อยๆ ทุกครั้ง

บางทีการที่คุณเป็นคน เข้ากับคนง่าย รับฟังคนอื่น
เป็นคนที่เหมาะกับการเป็นที่ปรึกษา เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข( มั้ง )
แต่สุดท้ายเป็นคนที่กล้วการเริ่มต้นกับใครซักคนหนึ่งไปแล้ว

มันนานมาแล้วกับการที่จะเริ่มต้นกับใครซักคน
ที่เป็นแบบนี้ เป็นเพราะเคยทำให้คนๆนึง เสียใจที่สุด เพราะตัวเราเอง
เป็นเพราะแบบนี้ล่ะ คบไปแล้วไม่ใช่ แต่ตอนจีบไม่ได้คิดไง
พอรู้ตัวอีกที เขารักเราแล้ว แต่เรากลับสงสารเขาว่า เราแย่จริงๆ
จะปล่อยให้เป็นความสงสารไม่ได้ เมื่อเราไม่ได้รักเค้า ก็ต้องบอกไป
สุดท้ายก็คือ เสียใจ ทั้งตัวผม และตัวเขา

แต่ก็ถือว่านานพอควร แต่ตอนนี้มันกลับแย่ลง
เมื่อรู้สึกตัวว่า เหมือนอยากมีคนอยู่ใกล้ๆ รับฟังและเป็นเพื่อน
แต่ยังไม่ใช่ แบบนั้นเพราะผมยังไม่มั่นใจ

แต่ตัวเอง กลับมีนิสัยทำให้เขาคิดไปแล้ว
ก็คือให้เค้าไป พูดง่ายๆ แย่ๆว่า ผมให้ความหวัง !!!

 

 

เสียใจจริงๆ ที่มันเกิดเรื่องนี้ขึ้น ผมว่านิสัยนี้มันแย่
ผมำม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ นิสัยผมเป็นแบบนี้
แต่บางที มันมากไปจนกลายเป็นว่า ให้ความหวัง

และตอนนี้มันเกิดขึ้น ผมเพิ่งจะตัดสินใจว่าจะบอกเค้าไป
เพราะเค้าต้องการคำตอบ แต่ผมยังไม่มีคำตอบให้หรอก
จริงๆ มันมีอยู่ในใจอยู่แล้วว่า ยังไม่ใช่ๆ ก็ไม่เชิง
แต่ผม น่ะ ต้องใช้เวลา

 

 

บางทีผมใช้เวลา มากจนเกินไป
ผมมั่นใจ แต่เค้าจากไป มันก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

แต่ตอนนี้ ผมคงต้องให้คำตอบเค้าแล้ว
แล้วสุดท้าย มันก็จะเป็นเหมือนกัน ทุกๆคนที่เคยต้องการคำตอบ
แล้วเค้าก็จะหายไป

ผมมีคนเข้ามาเยอะก็จริง แต่ทุกคนนั้นเข้ามาแล้วก็ผ่านไป

 

 

 

 

 

 

 

นิสัยผม หรืออะไรก็ตาม
รู้สึกแย่ชะมัด ควรทำอย่างไรดี T T

edit @ 5 Mar 2010 11:58:41 by MONSTEl2